สำหรับการเลือกซื้อปลาอโรวาน่าผมให้ความสำคัญ 2 อย่างก็คือความ “สวยงาม” กับ “สง่างาม” 
ความสวยงาม หมายถึงสีสันของตัวปลาอโรวาน่า ได้สีสันที่สวยเข้มตรงตามสายพันธุ์
อย่างทองมาเลย์ต้องทองเป็นประกาย เงางาม สว่างและเปิดสูง ปลาแดงต้องแดงหมดจดตั้งแต่แก้ม ปาก หนวด ไปจนถึงปลายหาง
ทองอินโดก็ต้องเป็นสีทองเข้ม หลังดำ ครีบเครื่องเป็นสีส้มอมแดง
สง่างาม” คือ รูปร่างและลักษณะของตัวปลา หน้าตา รูปทรงความสมส่วน ลักษณะครีบ
ความสง่างามยังรวมถึงการว่ายน้ำของตัวปลาด้วย ว่ายอย่างเป็นทิศทางและเครื่องครีบกางเบ่งบานดูเด่นเป็นสง่า
สำหรับการเลือกซื้อปลามังกรให้ได้ทั้งความสวยและความสง่างามผมแนะนำให้สังเกต 5 จุดสำคัญๆ เลยนั่นก็คือ จุดแรก… 

1. ฟอร์ม... ปลาอโรวาน่าที่แม้สีสันจะไม่ดีนักแต่ถ้าหากฟอร์มการว่ายสวย
ผมรับรองได้เลยว่าปลาคุณจะงามสง่าไม่แพ้ใคร ฟอร์มที่ดีคือเวลาปลาว่ายครีบจะเบ่งบานและกางหมดทุกครีบทั้งครีบหลัง ครีบอก
ครีบก้นและหาง สังเกตการว่ายกลับตัวด้วยนะครับว่าสวยมั้ย ? อ่อนช้อยงดงามรึเปล่า ?
เลือกปลาอโรวาน่าที่ว่ายช้าๆ และว่ายตรงไม่เอียงกระเท่เร่หรือว่ายลู่พุ่งไปพุ่งมารวมถึงประเภทซึมๆ
แอบซ่อนตัวหรือจอดนิ่งๆ ที่พื้นตู้หรือลอยคออยู่เหนือน้ำ เพราะถ้าแก้ไม่หายเลี้ยงๆ ไปก็จะไม่สบายใจเปล่าๆ
ที่สำคัญคือเลือกปลาที่ Active มีความกระตือรือร้นและตื่นตัวขี้เล่นกับเราจะดีกว่าครับ ไม่กลัวที่เราจะเล่นด้วย
ขยับมือไปมาก็ว่ายตาม หรือเวลาจะหนีก็หนีแบบมีฟอร์ม หนีมีทีไล่ไม่ใช่พุ่งหนีซุกหัวซุนว่ายลู่ไม่เป็นทิศเป็นทาง
การจะดูฟอร์มปลาผมแนะนำให้ดูปลาที่อยู่ในตู้โชว์นะครับเพราะสามารถเห็นได้ชัดเจนกว่า
ปลาอโรวาน่าที่ขายกันในถุง (เรียกว่า “ปลาถุง”) จะดูฟอร์มได้ยากกว่า หากเป็นมือใหม่ก็อาจจะมีโอกาสผิดพลาดสูง 

ปลาอโรวาน่า



2. สีสัน... สีสันต้องตรงตามสายพันธุ์ จริงๆ แล้วการดูสีสันก็เป็นอีกเรื่องที่ค่อนข้างยากมากยิ่งโดยเฉพาะปลาเล็ก (ขนาดซักประมาณ 4-5 นิ้ว)
ถ้าเป็นปลาทองมาเลย์แท้ๆ แม้จะเป็นวัยเล็กแต่ความเงางามและความสว่างของเกล็ดก็ออกมาชัดเจนแล้ว
เกล็ดเปิดเกลี้ยงแม้อาจะไม่ใช่ทั้งหมดแต่หลังก็ไม่เป็นสีดำ ที่สำคัญคือเกล็ดใต้ครีบหลังต้องมีเปิดเป็นสีทองให้เห็นบ้าง (ยิ่งมากก็ยิ่งดี)
ไม่ใช่เป็นน้ำตาลดำแบบทองอินโด สีหางสีครีบจะออกเป็นสีส้มอมเหลือง สี่แก้มจะสว่างและมีละอองทองเต็มแก้ม
ลักษณะหัวของทองมาเลย์โดยปกติจะเป็นทรงสั้น หน้าสั้นทู่ๆ แบบนี้แหละครับที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของทองมาเลย์สายพันธุ์แท้
ทองมาเลย์ส่วนใหญ่ครีบเครื่องจะเล็ก ไม่ใหญ่โตเหมือนในทองอินโดหรือปลาแดง 

แต่หากเป็นปลาทองอินโดสีปลาในวัยเล็กจะแตกต่างกันกันมาก
ปลาทองอินโดในวัยเล็กจะสีหางและเครื่องครีบจะเป็นสีส้มอมแดงไม่เหลืองนวลแบบทองมาเลย์ เรื่องของเกล็ด...
ในปลาอโรวาน่าวัยเล็กความเงางามของเกล็ดจะมาเพียง 3 แถวส่วนตัวที่มีแววดีหน่อยก็จะ 4 แถวครับ
และเกล็ดของทองอินโดจะไม่สว่างเท่ากับทองมาเลย์ สีจะด้านกว่าและไม่เงางาม ที่ “หลัง" ก็จะเป็นสีน้ำตาลเข้มอมดำอย่างเห็นได้ชัดเจน
แต่ทองอินโดส่วนใหญ่เครื่องครีบจะใหญ่กว่าครับทำให้เวลาว่ายน้ำแลดูสวยงามมาก

ห




สำหรับปลาแดง... ในปลาอโรวาน่าวัยเล็กให้ดูที่สีหาง ปาก แก้ม ครีบ และหนวดว่าเป็นสีแดงขึ้นหรือไม่
ถ้าดีก็แปลว่าปลาตัวนั้นมีแววดีและมีโอกาสแดงในอนาคตได้ ที่สำคัญคือ “เหลือบสี” นะครับ
ซึ่งหมายถึงสีของเกล็ดปลาเมื่อยามที่ต้องแสงไฟ หากปลาตัวที่เราเล็งไว้มีเหลือบสีที่เป็นสี “ม่วงเข้ม” ก็ยิ้มได้เลยครับเพราะเลือกไม่ผิดตัวแน่
เหลือบสีที่เข้มนั่นหมายถึงปลาตัวที่ว่าจะมีการพัฒนาไปเป็นสีแดงได้อย่างเต็มที่ 

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ต้องดูองค์ประกอบภายในร้านด้วยนะครับเพราะมีบางร้านที่จัดตู้ให้ออกโทนมืดๆ
แล้วใช้ไฟพิเศษไม่ว่าจะเป็นหลอดแดงหรือหลอดไฟใต้น้ำเข้าช่วยเพื่อส่งให้ปลาในร้านดูดีที่สุด
ซึ่งบางทีอาจดูแล้วปลาแดงหรือทองเกินจริงมากไป มือใหม่ไม่น้อยคนนะครับที่ซื้อปลาสวยๆ ที่เห็นในร้านกลับไปแล้วพอกลับถึงบ้านปล่อยปลาลงตู้
นั่งดู อืม... หยั่งกะคนละตัวเลยแล้วก็พรางคิดในใจว่า “เอ เมื่อกี๊ซื้อมามัน Super Red เกรด A นี่นาแล้วเจ้า Red B ตัวนี้มันมาจากไหนนะ ?
เจ้าของตักตัวผิดมาให้รึเปล่า ?”
จุดนี้ผมจึงอยากให้ระวังมากๆ ทางที่ดีนะครับเลือกซื้อปลาอโรวาน่าที่อยู่ในสภาพตู้ใสๆ โดยไม่มีการหมักน้ำหรือเข้าสูตรอะไรต่างๆ
เพื่อให้มองเห็นตัวปลาชัดเจนและสามารถมั่นใจได้ว่าหากซื้อกลับไปต้องได้สีปลาที่ไม่ผิดเพี้ยนแตกต่างจากที่ร้าน 

ปลาอโรวาน่าแดง 


NOTE : ปลามังกรทองอินโดและปลาแดง... ดูสีสันได้ไม่ยากครับ จะยากก็ตรงที่ “ทองมาเลย์” ที่เดี๋ยวนี้พันธุ์แท้หายากมากนะครับ
มาเลย์ที่เห็นในท้องตลาดบางตัวก็ยังก้ำกึ่งครึ่งๆ กลางๆ... ดูให้ขาดยากมาก
ยกเว้นก็แต่พวก “เกรดพิเศษ” ที่ออกแววชัดเจนแน่นอนตั้งแต่เล็กๆ แต่ราคาก็ไม่ไหวครับโดยประมาณก็สูงกว่าทองมาเลย์ธรรมดาเกือบ 1 เท่า
ทองมาเลย์ที่ผมว่าก้ำกึ่งคือหมายถึงซื้อมาตัวเล็กๆ สวยมาก แม้เกล็ดจะยังเปิดไม่สูงแต่ก็เงางาม สว่าง
ทุกอย่างตรงตามสูตรหมดจะผิดกันก็ทีทรงปลาที่พวกก้ำกึ่ง “ทรงหัว” จะไม่สั้นทู่แต่กลับแหลมหรือบางทีก็มาเป็นทรง Spoon Head (หัวช้อน)
ยิ่งกว่านั้นบางตัวครีบเครื่องใหญ่ผิดวิสัยทองมาเลย์รุ่นดั้งเดิม เล็กๆ สวยอย่างที่บอกแต่แล้วเลี้ยงๆ ไปกลับไม่ได้อย่างที่หวัง
เปิดต่ำมั่ง สีเกล็ดด้าน ไม่เงามั่ง ไม่ทองมั่ง แม้จะซื้อจากฟาร์มที่ใบเซอร์รับรองสายพันธุ์ก็ตามแต่ก็ทำให้ผู้เลี้ยงไม่มั่นใจถึงสายพันธุ์ที่แท้จริง... 

ปลามังกรทอง 
 


 


เท่าที่ผมสังเกตมาก็พบว่าฟาร์มบางฟาร์มที่ส่งปลาอโรวาน่าเข้ามาขายซึ่งมีทั้งปลาทองมาเลย์และ Hiback (ลูกผสมทองอินโด + ทองมาเลย์) 
มาในล๊อทเดียวกันแต่กลับดูความแตกต่างกันไม่ออกทั้งที่ราคาต่างกันเกือบ 3 เท่า (เหมือนกันจนน่ากลัว)
ยิ่งไปกว่านั้นเลี้ยงไปแล้วโตขึ้นมาก็คล้ายคลึงกันมากผู้ซื้อจึงมีโอกาสเสียเปรียบสูง
ต้องจ่ายค่าปลาในราคาที่แพงขึ้นแต่กับได้ของคุณภาพเท่ากับสายพันธุ์ที่รองลงมา
ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ก็จะเกิดแต่กับสายพันธุ์ราคาแพงแต่กับทองอ่อน มังกรเขีย มังกรเงิน ออสเตรเลีย กลับไม่มีปัญหา
ปลาแดงที่มีราคาสูงเช่นกันก็กลับมีปัญหาน้อยกว่า...
ฉะนั้นการซื้อปลาทองมาเลย์ผมแนะนำให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่อง “รูป”
ที่ต้องดูหลายๆ ที่หลายๆ ฟาร์มจาก Web Site หรือแหล่งหนังสือข้อมูลอื่นๆ
เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถดูปลาได้ชัดเจนแน่นอนมากขึ้นก่อนการซื้อจริง

 


3. ตาและหนวด ปลามังกรที่สวยตาต้องกลมใสและเท่ากันทั้งสองข้าง (ทั้งลูกตาและตาดำ)
ไม่เลือกปลาที่มีบาดแผลที่ตาหรือดูแล้วมีอาการของฝ้าซึ่งอาจพัฒนาไปเป็นโรคตาขุ่น
ปลาอโรวาน่าที่ตาโตเกินไปก็ไม่ควรเลือกซื้อเช่นกันครับเพราะปลาที่ตัวเล็กแต่ตาโตส่วนใหญ่จะเป็น “ปลาแกร็น” คือหมายถึงโตช้าครับ
ดูลักษณะให้ดีอย่าเลือกปลาที่ “ตาตก” หรือ “ตาโปน” ซึ่งถ้าเป็นตาตกก็จะสังเกตเห็นได้ง่ายแต่เป็นตาโปนอาจดูยากหน่อย
ตาปลามังกรถ้าดูด้านข้างจะสังเกตเห็นได้แต่อาการตาตกอย่างเดียวแต่ไม่เห็นตาโปน การจะดูว่าตาปลาโปนหรือไม่ ?
ต้องดูจากด้านบนหรือหน้าตรงนะครับ ดูว่าลูกตาของปลาที่เราจะเลือกซื้อออกจากเบ้าตาเท่ากันหรือไม่ ?
ถ้าไม่เท่าหรือโปนออกนอกเบ้ามากเกินไปก็เปลี่ยนไปเป็นพิจารณาตัวอื่นก่อนดีกว่าครับ
ปลามังกรโดยปกติจะกลิ้งกลอกตาพร้อมกันกันทั้ง 2 ข้างนะครับ
เพื่อปลาที่มีตาสวยและดู Sexy ทุกครั้งที่ชำเลืองมองก็ให้สังเกตตรงจุดนี้ด้วยนะครับ

ต่อไปเป็นเรื่องหนวด... หนวดยิ่งยาวก็ยิ่งสง่างาม ซึ่งโดยมากแล้วปลามังกรเงินและมังกรแดงจะมีหนวดที่ยาวกว่าสายพันธุ์อื่น
ในขณะที่สายพันธุ์ออสเตรเลียหนวดจะสั้นและงุ้มงอเข้า เมื่อยิ่งโตหนวดก็จะงุ้มมากขึ้นจนเกือบจะแนบติดกับปลายปากด้านล่าง
ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าเป็นปลาที่ไม่มีหนวดทำให้ความสง่างามลดลงไปมาก หนวดปลาที่สมบูรณ์จะต้องยาวตรง ประเภทหนวดหัก
หลุดขาด หรือหงิกงอ แล้วคนขายบอกว่าอีกหน่อยก็งอกขึ้นใหม่แล้วก็จะยาวยาวสวยเหมือนเดิม
แนะนำว่าอย่าเชื่อมากนะครับเพราะปัญหาที่เกิดกับหนวดจริงๆ ค่อนข้างแก้ยาก…

ลักษณะหนวดที่สวยงามแบ่งเป็น 2 แบบนะครับคือ
แบบแรกเป็นแบบ “ยาวตรงเป็นเส้นขนาน
แบบที่สองคือ “ปลายหนวดแยกออกหน่อย” (เป็นรูปตัว V แคบ)
แต่ถ้าถ่างมากเกินก็ไม่สวย และถ้าขนานมากเกินจนไขว้กัน (เรียกว่าหนวด “สามัคคี”)
หรือข้างนึงชี้ขึ้นข้างนึงชี้ลงหรือไม่ก็สั้นข้างยาวข้างก็ไม่ไหว... อาการหนักรักษาให้กลับมาสวยเหมือนเดิมทำยาก
หนวดของปลาบางทีอาจมี “หักปลาย” หรือ “ปลายหนวดงอ” บ้างก็ถือว่าไม่เป็นไรครับไม่น่าเกลียด

 


4. หัวและปาก ลักษณะหัวของปลามังกรจะแบ่งออกเป็น 3 แบบก็คือแบบทรง “สปาต้า
(หน้ายาวแหลมทั่วๆ ไป อย่างเช่นปลามังกรเงินและมังกรดำ) ทรงหัว “ปลาทู
(หน้าจะสั้น ทู่ ดูไม่ค่อยสมส่วนแต่เป็นเอกลักษณ์ของทองมาเลย์ดั้งเดิม)
และทรง “Spoon Head” (งอนเป็นรูปช้อน จะเห็นชัดเจนในปลามังกรแดง)
หัวปลาทั้ง 3 ลักษณะนี้ไม่มีแบบที่บ่งบอกว่าสวยที่สุดขึ้นอยู่กับความชอบแต่ละบุคคล
แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชอบทรง Spoon Head มากกว่าเพราะดูมีรูปทรง
มีส่วนเว้าส่วนโค้งสวยงาม อีกอย่างนึง คือ
ผมได้ยินว่าเมืองนอกก็นิยมเล่นหัวปลาทรงนี้ด้วยเช่นกันเนื่องจากมีความเชื่อที่ว่าหัวปลาที่เป็นทรงช้อนจะช่วยตักตวงเงินทอง
โชคลาภ ทรัพย์สิน ความมั่งมีศรีสุข รวมถึงสิ่งดีๆ ต่างๆ มาให้กับตัวผู้เลี้ยง...
เรื่องนี้ก็ถือเป็นความเชื่อนะครับแต่ไม่นับมาเป็นบรรทัดฐานในการเลือกซื้อปลา เอาเป็นว่าชอบทรงไหนก็เอาทรงนั้นดีกว่านะครับ

ต่อไปก็ดูที่ปาก เลือกปลาที่ปากปิดสนิทเท่ากันทั้งสองข้าง
ถ้าเจอ “ปากงุ้ม” หรือ Shark Mouth (ปากบนเกยปากล่าง - ปากฉลาม) หรือ “ปากยื่น” (ปากล่างเกยปากบนจนเห็นฟัน)
หรือปากที่ไม่เท่ากันในลักษณะอื่นๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงนะครับเพราะโตขึ้นจะยิ่งเห็นชัด
อย่างไรก็ตามผมอยากให้ผู้อ่านได้ทราบไว้นิดนึงที่ว่า “ปากยื่น” จริงๆ มักจะเป็นตำหนิในปลาแดงที่ค่อนข้างหลีกเลี่ยงได้ยาก
ปลาอโรวาน่าสวยๆ นี่ก็เป็นกับเกือบทุกตัว ทั้งที่ทุกอย่างดีหมดแต่ก็กลับมาติดที่จุดนี้
ฉะนั้นสำหรับปลาแดงนะครับการ “ปากยื่น” ผมถือเป็นตำหนิที่ยอมรับได้ แต่ถ้าหากเป็นไปได้ล่ะก็เลือกปลาแดงที่ปากไม่ยื่นได้ก็จะดีมากครับ 

=> กรณีศึกษาเกี่ยวกับปลาปากยื่น

http://www.aro4u.com/forums/index.php?showtopic=501

ปลาอโรวาน่า spoon head
 
ปลาอโรวาน่า shark mouth

มาถึงอันดับสุดท้ายแล้วนะครับซึ่งก็คือ 5. ความสมส่วนและความสมบูรณ์ของตัวปลาอโรวาน่า 
ลักษณะของปลาอโรวาน่าที่สวยคือต้องสมส่วน ดูแล้วได้สัดได้ส่วน ไม่ใช่ว่าหัวโตตัวลีบ หัวเล็กตัวใหญ่ ตัวใหญ่แต่ครีบเล็ก
หรือตัวเล็กแล้วครีบใหญ่ ในหนังสือที่ผมเขียนเล่มนี้อาจมีคำว่า “เครื่องครีบ” บ่อยและผู้อ่านหลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร ?
จริงๆ แล้วเครื่องครีบที่ผมกล่าวถึงหมายถึงครีบโดยรวมของตัวปลาไม่ว่าจะเป็นครีบอก ครีบหลัง ครีบก้น และครีบหาง
และสำหรับคำว่า “เครื่องใหญ่” จึงมีความหมายว่าปลามีครีบที่ใหญ่ ดูแล้วสง่างามโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาว่ายน้ำแล้วกางเบ่งบาน
ซึ่งครีบใหญ่คือเป็นจุดเด่นลำดับต้นๆ ในการเลือกซื้อปลาด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูความสมส่วนด้วยนะครับ
ถ้าใหญ่ยักษ์เกินไปก็ไม่สวยดูเหมือนเป็นปลาพิการมากกว่า

ครีบที่สำคัญมี 5 จุด คือ “ครีบอก” (เสมือนเป็นแขนปลา) ครีบก้น ครีบท้อง (เรียกติดปากว่า “ชายน้ำ”) “ครีบหลัง” และ “ครีบหาง”
เลือกปลาอโรวาน่าที่ครีบอกยาวๆ และโค้งมนเป็นรูปคันธนูอย่างได้สัดส่วน ไม่บิดเบี้ยว มีรอยหัก เดาะ หรือสั้นข้างยาวข้าง
ครีบก้นหรือชายน้ำก็ควรเลือกที่เท่ากัน โค้งมนไม่บิดเบี้ยว ส่วนครีบหางควรยาวและกว้าง ท้ายสุดหางควรเป็นทรง “พัด” กลมสวย
ก้านครีบตรงไม่หงิกงอ (ปลาแดงสวยๆ จะมีหางที่เป็นทรง Diamond Shape คือเป็นรูปเพชร เรียวยาวเวลาว่ายน้ำจะดูสง่างามมาก)
ส่วนครีบที่เหลือให้ดูความสมส่วนขึ้นตรงเสมอกันและไม่มีรอยหักก็พอ 

ปลาอโรวาน่า diamond shape tail

NOTE : ครีบปลาที่เคยหักมาก่อนแล้วขึ้นใหม่ไม่สวยก้านครีบจะมีปุ่มปมระหว่างรอยต่อเป็นเม็ดๆ เรียกว่า “สิว”
ซึ่งถือเป็นตำหนิปลา อีกสิ่งนึงที่ถือเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับบริเวณใต้ “ครีบอก” ของปลานั่นก็คือเม็ด Cyst 
ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับกันเพียงแต่ “สิว” จะเป็นสีด้านและกลืนกับก้านครีบในขณะที่ Cyst ที่จะเป็นเม็ดใส และบางทีมีจ้ำเลือดตรงกลาง
ครั้งนึงผมเคยเข้าใจว่าเป็นปรสิตแต่เมื่อวางยาแล้วจับมาเจาะดูแล้วกลับไม่ใช่...
มีเลือดไหลออกมาด้วยจึงทำให้ทราบว่าเป็นความผิดปกติอีกอย่าง (ในรูปแบบของ “แผล”)
ที่เกิดขึ้นกับตัวปลาอโรวาน่าได้ แม้ไม่สร้างอันตรายให้แต่หากขึ้นบวมมาเป็นเม็ดใหญ่ก็ทำให้มองดูแล้วเป็นตำหนิที่ไม่น่ามอง
ฉะนั้นก่อนการเลือกซื้อปลาก็อย่าลืมสังเกตตรงจุดนี้บริเวณใต้ครีบอกของปลาให้ดีด้วยนะครับ



 


หลังจากดูความสมส่วนเสร็จก็เลือกดูปลาอโรวาน่าที่มีสภาพดี เกล็ดและครีบไม่หลุดหรือแตก
ไม่มีบาดแผลแผลหรืออาการที่บ่งบอกว่าอาจจะเป็นโรคเช่น ครีบและหางเปื่อย เหงือกพอง หอบ หายใจถี่ บริเวณส่วนหัวมีรอยลอก…
อย่างถ้าเกล็ดหลุดหรือหางแตกนี่ยังพอไหว (ถ้าชอบจริงๆ) เพราะมีโอกาสที่กลับมาเหมือนเดิมได้สูง
แต่ถ้าหางขาดหลุดไปหรือครีบบิ่นก็คงไม่ไหว โอกาสที่จะกลับมาเหมือนเดิมมีน้อยมากและที่สำคัญคือต้องใช้เวลาในการรักษาเยียวยานาน 

แม้ผมจะพูดถึงเรื่องการเลือกซื้อปลาอโรวาน่าไว้ค่อนข้างชัดเจนแล้วแต่อย่างไรก็ตามการจะหาปลาที่เลิศเลอเพอเฟ็คทุกอย่างคงเป็นได้ยาก
อย่างจะเอาปลาแดงที่สีแดงเป็นไฟ ฟอร์มการว่ายงามสง่าดุจดังมังกร หัวช้อนหน้างอน หางยาวเรียวเป็นรูปเพชร หนวดยาวงามสง่า
ตาไม่ตก ปากสวยไม่ยื่นไม่งุ้มก็คงจะยาก... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีนะครับ เพียงแต่ว่าผู้ซื้อคงต้องทุ่มสุดตัวเช่นกัน
สิ่งที่อยากฝากไว้ก็คือ ดูรวมๆ ดีกว่าครับแค่ฟอร์มสวย ว่ายน้ำไม่ลู่ ดูแล้วไม่เป็นโรค สีสันตรงตามสายพันธุ์ ตา
หนวดและปากใช้ได้ เท่านี้ก็ถือว่าเราได้ปลาสวยๆ มาเลี้ยงแล้วล่ะครับ laugh.gif 







ขอบคุณข้อมูลจาก คุณแนน aro4u.com

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

Product map ความรู้เกี่ยวกับปลาอโรวาน่าหรือปลามังกร Site map